::งอมแงม::
posted on 12 Oct 2010 00:17 by redsdevils in diary





::เลือกสีร่มตามวันเกิด::
posted on 04 Oct 2010 22:46 by redsdevils
|
||||||||||||
::คนเราน่ะมีเรื่องที่ถึงตายก็บอกใครไม่ได้อยู่แล้วล่ะ ::
posted on 26 Sep 2010 01:43 by redsdevils in diaryจริงมั้ยที่
ความลับไม่มีในโลก
แล้ว...
เรื่องที่เราบอกใครไม่ได้ล่ะ
พูดไม่ได้ บอกใครไม่ได้
ถือเป็นความลับมั้ยนะ
แล้วถ้าอย่างนั้น
วันนึง จะมีคนรู้งั้นเหรอ
จะรู้ได้ยังไง จากใคร
หลายเรื่อง ที่ฉันคิดว่ามันเป็นความลับ
และอีกหลายเรื่องที่มันบอกหรือพูดออกมาไม่ได้
เลยออกจะกลัว ๆ ว่าสักวันถ้ามีคนรู้
ฉันจะรับมือกับมันยังไงดีนะ
หลาย ๆ เรื่องมันจะตายไปพร้อมกับตัวฉัน
ฉันน่ะ ไม่ว่าจะเป็นยังไง
ก็ไม่คิดจะปริปาก
เกือบจะต้องตาย ก้อเคยมาแล้ว
ยังไม่มีคนรู้เลยว่าฉันไปเจอกับอะไรมาบ้าง
ยิ่งถ้าเรื่องร้าย ๆ ที่มันเกิด มันเป็นเพราะฉันเอง
ฉันก็จะไม่ให้ใครมาเดือดร้อนด้วยแน่นอน
::สถานะการณ์ ปกติ (หรือเปล่า)::
posted on 21 Sep 2010 19:26 by redsdevils in diaryเรื่องของฉัน
เรื่องของเขา
เรื่องของเรา
ตอนนี้คุยกันแล้ว แต่ปกติไหม ไม่รู้สิ
มันก็ดูห่าง ๆ ไป ต้องเคลียร์มั้ย
แต่จะเริ่มยังไงล่ะ ก็มันเหมือนไม่มีอะไรแล้ว
เค้าน่ะไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าเราโกรธ
วันที่ได้คุยกันมันบังเอิญว่าต้องเคลียร์เรื่องงาน
พอคุยงานเสร็จก็เลยได้คุยกัน เค้าไม่เห็นรู้สักนิด
คงคิดแค่ว่าไม่คุยกันก็ไม่คุย เรื่องธรรมดามั้ง
เราถามไปว่า นี่รู้มั้ยโกรธอยู่นะ แล้วที่ผ่านมามันเป็นเรื่องปกติแล้วเหรอ
เค้าก็ได้แต่ยิ้ม
เออว่ะ ... กรูหัวฟัดหัวเหวี่ยง อยู่คนเดียวเหรอนี่
::ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ กับความพ่ายแพ้::
posted on 12 Jul 2010 04:11 by redsdevils
Waka Waka
ขอแสดงความยินดีกับทีมชาติสเปนกับเชมป์ฟุตบอลโลก 2010
การได้เข้าชิงและไปถึงแชมป์ของพวกเค้า
พร้อมกับ
ขอแสดงความเสียใจกับทีมชาติฮฮลแลนด์
ที่อกหักจากรอบชิง หนที่ 3
ส่วนตัวไม่ได้เชียร์ทีมไหนเป็นพิเศษ
แต่ชอบดู
ที่สำคัญชอบบรรยากาศนี้อ่ะ
นัดชิง ไม่ว่าบอลถ้วยไหน จะชอบดูบรรยากาศ
ที่มันจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ระหว่างทีมแพ้กับชนะ
เห็นหน้าตาทีมที่สมหวัง
ยิ้มกันหน้าบาน ก็แอบดีใจไปกับเค้าด้วย
และแอบสงสารกับทีมที่แพ้พ่าย
น้ำตาลูกผู้ชาย ของ กัปตันทีมชาติสเปน อย่าง กาซิยาส
ที่ออกมาเพราะความดีใจ สมหวัง
กับใบหน้าที่มีน้ำตาคลอเบ้า ด้วยความผิดหวัง
ของ เวสลีย์ สไนเดอร์ จากฮอลแลนด์
ดูแตกต่างกันลิบลับ
เชื่อว่าความตั้งใจของทุกคนไม่ต่างกัน
แต่มันก็ต้องมีแพ้ มีชนะ อ่ะเนอะ
เอาใจช่วยนักเตะทุกทีมให้มาสู้กันต่อไปอีก 4 ปีข้างหน้า
ให้เราได้อดหลับอดนอนกันอีกน๊า
เชียร์ทุกทีมเลยจ้า
555
:: โลกที่เธอไม่ให้ฉันเข้าไป ::
posted on 09 Jul 2010 01:30 by redsdevils in diary
" ผมน่ะ เป็นกดเก็บกด ผมรู้ตัวดี "
อืมมม..
เข้าใจนะ
..ครั้งหนึ่ง..
จำได้ว่าตอนนั้นเค้าพูดคำนี้กับเรา
เค้าน่ะ เก็บจริง ๆ ล่ะ เป็นคนไม่ค่อยพูด
ไม่ค่อยบอก ไม่ว่ามีปัญหาอะไร
แล้วที่เราคบกัน
ฉันเองก็เข้าใจกับเรื่องตรงนี้
กับ
" โลกที่เธอไม่ให้ฉันเข้าไป"
ถือว่ามีเส้นระหว่างกัน
ฉันก็มีโลกของฉันเหมือนกัน
เรื่องที่ฉันไม่ต้องการบอก
เค้าเองก็ไม่ได้เป็นคนที่จะต้องมาเซ้าซี้อะไร
มันเหมือนจะดี
แต่จนวันนี้น่ะ
มันยังไม่มีอะไรดีขึ้นเลยนะ
ถึงวันนี้จะดูเหมือนว่าได้ยินเสียงเค้ามากขึ้น
มีบางเรื่องที่เค้าทำให้ถึงจะเล็ก ๆ แต่มันก็ดูว่า ยังคงใส่ใจกันอยู่
ตกลงน่ะ
ฉันต้องเป็นคนเริ่มก้าวเข้าไปก่อนเหรอเนี่ย
รออีกนิดแล้วกันนะ
ฉันเองก็คงทนบรรยากาศแบบนี้ไปได้อีกไม่นานหรอก
เป็นไงเป็นกันล่ะ
::10 ปีที่ผ่านไป ไม่มีค่าเท่ากับ 1 วันที่เหลืออยู่::
posted on 08 Jul 2010 09:44 by redsdevils in diary
เก็บมาจากโลกไซเบอร์น่ะ ![]()
ความทรงจำเป็นสิ่งที่มีค่ามาก สำหรับคนบางคน
โดยเฉพาะคนที่มีเวลาดีๆ ที่ใช้กับคนรัก
ยิ่งเป็นช่วงเวลาที่หลายคนหวงแหน
ต้องระลึกไว้ในความทรงจำ ต้องถนอมดูแลให้ดี
หลายคนจึงไม่อาจตัดใจจากวันเก่าๆ ได้เสียที
เพราะว่ามีความสุขกับการได้คิดถึงอะไรดีๆ ที่ผ่านไป
โดยลืมนึกไปว่าสิ่งที่ผ่านไปแล้ว จะไม่มีวันย้อนกลับคืนมาได้อีก
หากจะต้องตัดใจลืม หรือเดินจากอดีตมาก็ไม่ได้อีก
เพราะเหตุผลที่ว่า "เสียดายเวลา" ที่คบกันมา
บางคนคบกันมานาน จนแทบจำไม่ได้ว่า . . .
เคยยิ้มให้กับความรักครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
เพราะหลังๆ มาก็อยู่แต่กับความทุกข์
จนนึกภาพความสุขไม่ออก
แต่ที่ไม่กล้าเลิกเพราะยังคิดถึงวันเก่าๆ
แค่เสียดายเวลา ที่คบกันมาเนิ่นนาน
โดยไม่คิดเลยว่า ทุกๆ วันของวันนี้ พรุ่งนี้และวันต่อๆ ไป
ก็จะกลายเป็นเพียงวันเก่าๆ ที่น่าเสียดาย
และ . . . เวลาที่น่าเสียดายก็จะเพิ่มขึ้นๆ
จริงๆ แล้ว วันคืนในอดีต
ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้กับเราเลย
นอกจากมีไว้ให้นึกถึง
อาจจะทำให้เรายิ้มได้บ้าง แต่ทำให้เราคาดหวังไม่ได้
เราจะไปหวังว่าวันหนึ่ง วันเหล่านั้นจะกลับมา
หรือจะไปเฝ้าฝันว่าความสุขเหล่านั้นยังคงเป็นปัจจุบัน
หรือหลอกตัวเองว่าตอนนี้ทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนเดิม
จะยังไงก็แล้วแต่คือการหลอกตัวเองทั้งนั้น
ยอมรับเถอะว่าทุกอย่างได้ผ่านไปแล้ว และจบไปแล้ว
ความทรงจำเป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น
เวลาที่ผ่านมาไม่ว่าจะ 1 ปี 5 ปี หรือกี่สิบปี
ก็ไม่ได้มีความหมายมากไปกว่า . . .
หนึ่งวันข้างหน้าที่เราจะต้องมีชีวิตใหม่
ที่เราจะต้องเริ่มต้นใหม่
เมื่อคนเราต้องอยู่กับปัจจุบัน
เพื่อที่จะสร้างอนาคตให้ตัวเองได้อยู่ในอนาคตที่ดี
เวลา 10 ปี กับวันคืนที่เคยหวานชื่น
ไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่า 1 วันแห่งการเริ่มต้น
1 วันแห่งการแปรเปลี่ยนชีวิตของเราทั้งชีวิตให้ดีกว่าีที่่เป็น
"หากจะเสียดายเวลาน่ะ ไม่ต้องเสียดายเวลาที่คบกันมาหรอก
ให้เสียดายเวลาในวันข้างหน้า
ที่จะอดทนคบไปทั้งที่ไม่มีอะไรแล้วจะดีกว่า
แล้วยังจะมาเสียดายอดีต . . .
นึกดูดีๆ ว่าเสียดายอนาคตดีกว่าไหม?"
:: ถ้าหากรักนี้ ไม่บอก ไม่พูด ไม่กล่าว ::
posted on 05 Jul 2010 17:54 by redsdevilsความหมายของเรื่องนี้ไม่ได้เป็นไปตามเนื้อหาเพลงนี้หรอกนะ เพียงแต่ฉันคิดว่า
ถ้าคนรักกันไม่พูดจา สื่อสารกัน
ก็คงเป็นแบบที่ฉันเป็นทุกวันนี้แหล่ะ
กี่วันแล้วนะ
ที่เป็นแบบนี้ น่าจะเกินกว่า 1 เดือนแล้ว
8.30 น. มารับไปทำงาน
16.30 น. พากลับบ้าน
ไม่มีการพูดเล่น หยอกล้อ ไม่มีแม้แต่การสนทนาระหว่างวัน
มีเพียงเรื่องงาน ถามคำ ตอบคำ บางทีถามยังไม่ตอบด้วยซ้ำ
ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างเรา...
ปกติวันเสาร์เป็นวันที่เราจะได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน ได้อยู่ด้วยกันอย่างคนที่เค้ารักกันบ้าง
เรื่องมันเริ่มตั้งแต่เสาร์ไหนนะ ที่เค้าเงียบไป เราก็โออยู่นะ อาจจะเหนื่อย ๆ เห็นไม่ค่อยสบายเท่าไหร่
แต่ก็เงียบไปเฉย ๆไม่ได้โทรมาบอกอะไรกันสักคำ
ผ่านไป 1 สัปดาห์
วันจันทร์มา กลายเป็นว่า เค้าไม่สบายจริง ๆ ด้วย มีอุบัติเหตุนิดหน่อย เป็นไข้ด้วย
เราก็โอเค ไม่เป็นไร
ก็ยังเป็นห่วงเห็นใยกันไป แต่ก็ยังมีไปกินข้าวกันบ้าง เย็น ๆ ไปซื้อของ กันบ้าง
วันหยุดมาอีกแล้วสิ
เสาร์ที่ 2 ....
เงียบบบบบบบบบบบบ.. ไปเฉย ๆ อีกแล้ววว
เราก็รอจนมึด ๆ เลยโทรไปแกล้ง ๆ แซวว่า โหหห เงียบไปเลยนะ ทำไรเนี่ย
เค้าก็บอกมาว่าทำงานน่ะ นี่เหนื่อยมากเลยยังไม่ได้หยุด
เราก็เลยบอกว่า แหมม .. ไม่ได้ว่าไรหรอกนะ แค่โทรมาบอกกันบ้างสิ
โทรไปก็ไม่รับ กว่าจะได้คุยก็มืดแล้วเนี่ย
แล้วว.วันหยุดนี้ก็ผ่านไป
เสาร์ที่ 3....
เงียบบไปเลยยยอีกแล้ววว
คราวนี้เราคิดว่า ไม่ได้แล้วล่ะ ทำไมทำแบบนี้
ในเมื่อก็เคยพูดกันแล้วว่าอย่างน้อยก็โทรบอกกันหน่อย ไม่สบายหรือเป็น อะไร
มีธุระอะไรหรือก็พูดก็บอกกันหน่อย มันก็ไม่ได้จำเป็นอะไรนักหรอกนะ
ที่จะต้องไปไหน แต่ถ้าคิดสักนิดน่าจะนึก
ได้ว่า ปกติ เราน่าจะได้ทำอะไรกัน ไปไหนกัน นี่เราจะห่างกันไปแล้วหรือเปล่า
จนวันจันทร์ เราก็เลยเล่นบทเงียบบ้างล่ะคราวนี้ ไม่พูด ก็ไม่พูด ตามใจแล้วกัน
น่าจะตั้งแต่อาทิตย์นี้ ที่เราเริ่มเงียบ แต่กลับกลายเป็นว่า เค้าเองกลับเงียบไปด้วย
หนึ่งวัน สองวัน สามวัน จนหมดอาทิตย์ ความมึนตึง นิ่งเฉย ดูจะยิ่งมาก ขึ้น ๆ ตามลำดับ
คนที่ทนแทบไม่ได้กลับกลายเป็นเราเอง เพราะดูเค้าก็เงียบ ๆ เฉย ๆ ไป
กลายเป็นว่าเค้าต่างหากที่ไม่พอใจเรา
แทนที่จะเป็นเราที่โกรธเค้า
เสาร์ที่ 4 ....
วันนี้ โทรไปหาเค้าล่ะ ก็กะว่าจะง้อนะ แกล้ง ๆ ถามว่าจะไปไหนไหม
อยู่ข้างนอกพอดี เค้าก็บอกว่าอีกแปปโทรกลับนะ
จะอาบน้ำก่อน ปวดท้องด้วย แล้วก็หายไปนานทีเดียว
เราทำผมอยู่เป็นชั่วโมงจนเสร็จก็ยังไม่มีสายโทรกลับ จนเรากลับ
บ้าน...ประมาณบ่ายสามแล้วสินะ ถึงได้มีเสียงโทรดังขึ้น
พร้อมกับคำพูดที่ว่า คงไม่ไปไหนนะ ยังทำงานไม่เสร็จเลย
โอเค๊....นี่คือสิ่งที่ตอบรับกลับมา
พยายามนะที่จะคิดว่าเค้ายุ่ง จริง ๆ คงมีเรื่องอะไรทางบ้าน
คงมีอะไรยุ่ง ๆ แต่ทำไม ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เราเป็นคนอื่นหรือยังไง
เราเป็นใครสำหรับเค้า ทำไมเค้าไม่บอกเรา ว่ามีอะไร ไม่คิดบ้างนะว่ามันผิดปกติ
ชั้นโกรธจริง ๆ แล้วนะ
หลังจากนั้น บรรยากาศสำหรับเรามันก็อึมครึม เค้าเองก็แทบจะไม่มองหน้าฉัน หึหึ
วันหนึ่งฉันทนไม่ได้แล้วววววนะ ...โทรไปหลังจากที่ฉันลงจากรถตอนกลับถึงบ้าน
..มันอะไรกันนักหนาหึ เป็นอะไรของคุณ คนที่เงียบไปเองน่ะคุณไม่ใช่เหรอ
แล้วมาโกรธฉันทำไม..
เค้าตอบมาว่า ..ไม่มีอะไรนี่ ..
ฉันเลยบอกว่า.. ไม่มีเหรอ แล้วที่เป็นอยู่นี่มันปกติแล้วใช่ไหม ดีแล้วใช่ไหม ..
เงียบ....ไม่มีเสียงตอบรับ
โอ๊ยยยยยย.. ฉันจะบ้า เลยตอบไปว่า ...ช่างมันเหอะ .. แล้วก็วางไป
จากวันนั้น ผ่านไปอีก 1 เสาร์แล้ว ก็ยังคงเงียบเฉย
ฉันคงไม่ง้อหรอก เพราะในเมื่อเค้าพูดว่าไม่มีอะไร
ฉันจะพูดอะไรกับเค้าล่ะ ถ้าเค้าคิดว่ามันเป็นแบบนี้ดี ก็คง
ปล่อยมันไปแบบนี้ล่ะ
แล้วแต่ บุญ แล้วแต่วาสนา ว่าเราจะเป็นยังไงกันต่อไปแล้วกันนะ
::ความผูกพัน::
posted on 04 Jul 2010 02:05 by redsdevils in diaryความผูกพันเป็นสายใยบางๆ ที่ค่อยๆ เกาะเกี่ยว
ถักทอขึ้นโดยเริ่มต้นจากเส้นใยที่บางที่สุด คือ ความรัก
ความรักที่เริ่มต้นขึ้น
จะถูกความผูกพันห่อหุ้มเอาไว้ให้ยากต่อการกระทบ
และทำให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
สำหรับฉัน ความรัก กับ ความผูกพัน มันใกล้กันนิดเดียว
เป็นเรื่องยากมาก ที่จะแยกออกมาจากกัน
ฉันคิดว่าความผูกพันทำให้เกิดความรัก
ถ้าเรารัก เราก็ยิ่งผูกพัน
บางครั้งฉันก็รู้สึกว่า มันคล้ายกับปัญหาไก่กับไข่
ที่เราก็ยังไม่รู้ว่าอะไรมันเกิดก่อนกัน
ความผูกพันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความคิดถึง
และเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้เกิดความรัก
ทั้งความรักและความผูกพัน เป็นสิ่งที่ควรมีอยู่ร่วมกัน
ถึงแม้ว่ามันจะแตกต่างกันก็ตาม สิ่งสำคัญมันอยู่ที่ว่า
เราจะแยกมันออกจากกันได้หรือเปล่าเท่านั้นเอง
ว่าอันไหนคือความรัก อันไหนคือความผูกพัน
แต่อย่างหนึ่งที่ฉันรับรู้ได้คือ
ความรักและความผูกพัน
เกิดจากหัวใจ
และไม่ว่าความรัก หรือ ความผูกพัน
สิ่งหนึ่งที่เราควรระวัง
คืออย่าให้เป็นการผูกมัด
เพราะความผูกพันจะสอนให้รู้จักการไว้ใจซึ่งกันและกัน
แต่การผูกมัดจะทำให้หัวใจเต็มไปด้วยความหวาดระแวง
ความผูกพันของฉัน เกิดจากตัวหนังสือ
การพูดคุยผ่านเสียงโทรศัพท์
ความเป็นห่วงเป็นใย
อยากที่จะแบ่งปันความทุกข์ ความเศร้า
อยากที่จะให้เขามีความสุข
มันเป็นความรู้สึกดีดี
ที่ฉันคิดว่ามันมีค่า
เรารักกันได้
โดยไม่ยึดติดกับรูปลักษณ์ภายนอก
รูปร่างหน้าตา
เราไม่ได้สัมผัสกันด้วยร่างกาย
แต่เราสัมผัสกันด้วยหัวใจ
เขียนไปเขียนมา ก็ว่ามัน งง ๆ
ไม่รู้สินะ มันเป็นแบบนี้
พูดกับใครไม่ค่อยรู้เรื่อง
พูดวกไปวนมา เป็นนิสัย ที่แก้ไม่หายของฉัน
แค่อยากบอก